“ลาซาด้า” ปะทะ “ช้อปปี้” ชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ 3 แสนล้าน
เร่งเกมต่อจิ๊กซอว์อีโคซิสเต็มชิงเค้ก 3 แสนล้าน “ลาซาด้า” ย้ำโควิดเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคโกดิจิทัลเต็มรูปแบบ เดิน 3 กลยุทธ์เร่งโต 3 เท่า ทั้งจำนวน “ออร์เดอร์-ร้านค้า-คนซื้อ” “ช้อปปี้” ดึงดิจิทัลเพย์เมนต์-บริการสินเชื่อดิจิทัล “SPayLater” เสริมเขี้ยวเล็บมัดใจนักช็อป
นางสาวธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซแข่งขันค่อนข้างสูง
โดยปี 2563 มีมูลค่าตลาดเกือบ 3 แสนล้านบาท โตขึ้น 81% เทียบปี 2562 ปัจจัยหลักมาจากโควิด-19 และพฤติกรรมการซื้อสินค้าผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้นส่งผลต่อเนื่องมาถึงปีนี้
และคาดว่ามูลค่าตลาดจะสูงกว่า 3 แสนล้านบาท ทำให้มีจำนวนผู้เล่นเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ “โซเชียลคอมเมิร์ซ” ที่โตแบบก้าวกระโดด
“การแข่งขันมาอยู่ที่การสร้างอีโคซิสเต็มเพื่อรองรับความต้องการลูกค้า โดยลาซาด้ามีอีโคซิสเต็มที่แข็งแรงตั้งแต่อีมาร์เก็ตเพลซ เพย์เมนต์ คลังสินค้า และโลจิสติกส์ สะท้อนให้เห็นจากการจัดแคมเปญ 11.11 ในปีที่ผ่านมา ภายใน 2 ชั่วโมงมียอดขายสูงถึง 1,000 ล้านบาท ถ้าอีโคซิสเต็มไม่แข็งแรงจะไม่สามารถรองรับคำสั่งซื้อจำนวนมาก ๆ ได้เท่านี้”
สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2564 จะเดินหน้า 3 ส่วน คือ 1.customer first พัฒนาต่อยอดเพื่อมอบประสบการณ์อีคอมเมิร์ซให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ 2.brand differentiation กลยุทธ์สร้างความแตกต่างด้วยระบบวิเคราะห์ข้อมูล เครื่องมือ
และโซลูชั่นต่าง ๆ และ 3.continuous fundamental improvement พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เทคโนโลยีโลจิสติกส์ นวัตกรรมโซลูชั่น คาดว่าจะทำให้เติบโตขึ้น 3 เท่าจากปีก่อน ทั้งในแง่คำสั่งซื้อ จำนวนร้านค้า และผู้ซื้อ
ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคกลายมาเป็นสินค้าขายดีอันดับแรก ๆ เนื่องจากคนอยู่บ้านมากขึ้น ต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ โดยกลุ่มสินค้าที่ขายดี 3 อันดับ ได้แก่ มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์
“เศรษฐกิจที่ชะลอตัวกระทบกำลังซื้อของกลุ่มแมส เราจึงเตรียมกลยุทธ์ด้านราคาไว้ เช่น มีสินค้าราคา 9 บาท 99 บาท ส่วนลูกค้าระดับบนยังจับจ่ายต่อเนื่อง แต่มองหาสินค้าที่มีคุณภาพ
ทำให้ปีที่แล้วเราปรับโฉมห้างออนไลน์ Laz Mall ปัจจุบันมีแบรนด์เข้าร่วม 3,000 แบรนด์ โดยใน Laz Mall ยังมี Premium Mall จำหน่ายสินค้าเกรดพรีเมี่ยม มีร้านค้าเข้าร่วมแล้ว 80 ร้าน”
ด้านนางสาวสุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โควิดทำให้อีคอมเมิร์ซโตก้าวกระโดด โดยช้อปปี้มีผู้ขายบนแพลตฟอร์มทะลุ 1 ล้านราย มีร้านค้าบน Shopee Mall หลักพันร้านค้าและเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค
โดยนิยมใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์เป็นช่องทางหลักในการชำระเงินมากขึ้น บริษัทจึงวางกลยุทธ์ระยะยาว คือ เร่งผสานอีคอมเมิร์ซและโมบายวอลเลตเข้าด้วยกันเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป และผลักดันให้ไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเร็วขึ้น
โดยปีที่ผ่านมา บริษัทแม่ได้ขยายบริการทางการเงินออนไลน์ “SeaMoney” นำร่องให้บริการสินเชื่อ “SPayLater” จ่ายก่อน ผ่อนทีหลัง ในวงเงินสูงสุด 30,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าผ่านช้อปปี้ พร้อมรีแบรนด์ “แอร์เพย์” เป็น “ช้อปปี้เพย์” เพื่อเติมอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัลเพย์เมนต์ให้ครบวงจร
“ช้อปปี้ได้จับมือกับหลายอุตสาหกรรม เพื่อขยายจุดรับชำระแบบออฟไลน์ ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มโปรโมชั่นให้หลากหลายเพื่อดึงกำลังซื้ออาทิ โค้ดส่งฟรี โค้ดเงินคืน ซึ่งสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ กลุ่ม home & living สมาร์ทโฟน และแก็ดเจต”
นายศุภวิทย์ หงส์อมรสิน ผู้อำนวยการ บริษัท ช้อปปี้เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เสริมว่า ในปี 2563 คนไทยทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลเพย์เมนต์ 68% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกถึง 2 เท่า
ขณะที่มูลค่าการทำธุรกรรมผ่านช้อปปี้เพย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไตรมาส 4 อยู่ที่ 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ มีผู้ใช้งานราว 23 ล้านคน โตขึ้น 4 เท่าจากปี 2562
ปัจจุบันช้อปปี้เพย์ให้บริการธุรกรรมทางเงินดิจิทัลครอบคลุมกว่า 1,000 ร้านขณะที่เป้าหมายปีนี้คาดว่าจะเติบโตทั้งในแง่ผู้ใช้งานและปริมาณการทำธุรกรรม ส่วนแผนระยะยาว คือ การขึ้นแท่นเป็นโมบายวอลเลตอันดับ 1 ในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อ่านข่าวต้นฉบับ: “ลาซาด้า” ปะทะ “ช้อปปี้” ชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ 3 แสนล้าน
ที่มา : ไอซีที – ประชาชาติธุรกิจ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น