เจาะกลยุทธ์ศึกอีคอมเมิร์ซ’64 ปะทะเดือด “KOLs-ไลฟ์สด”
โควิด-19 ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซโตขึ้นมาก พร้อมกับดีกรีการแข่งขันที่พุ่งสูงขึ้นจากจำนวนสินค้า และผู้ขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องเฟ้นกลยุทธ์ และไอเดียใหม่ ๆ กระตุ้นยอดขาย
“สินค้า-พ่อค้า” เพิ่มดันแข่งแรง
“ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด ผู้ให้บริการเครื่องมือค้นหาสินค้า และบริการเปรียบเทียบราคา กล่าวว่า ภาพรวมอีคอมเมิร์ซไทยปี 2563 ทั้งกลุ่ม B2C และ C2C โตขึ้น 81% คิดเป็นมูลค่า 294,000 ล้านบาท จากปี 2562 ที่มีมูลค่า 163,300 ล้านบาท และปีนี้จะยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันก็จะสูงขึ้น จากจำนวนสินค้าและผู้ขายเพิ่มขึ้น
จากการเก็บข้อมูลของไพรซ์ซ่า ปี 2563 พบว่าจำนวนสินค้าใน 3 แพลตฟอร์ม ทั้ง Lazada Shopee และ JD เพิ่มขึ้นกว่า 32% จำนวนพ่อค้าแม่ค้าในไทยเพิ่มขึ้น 50% แต่ส่วนแบ่งของสินค้าไทยยังน้อยกว่าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนที่กินส่วนแบ่งกว่า 63% ของตลาดรวม
เมื่อผู้เล่นมากขึ้น และสินค้าจากจีนเข้ามากินส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นปีนี้ คือ การปรับกลยุทธ์ของผู้ค้าไทย ทั้งแบรนด์ใหญ่และรายย่อยที่ต้องเฟ้นกลยุทธ์ใหม่ เพื่อดึงความสนใจและกระตุ้นยอดขาย
แห่ดึง KOL ปั้นยอดขาย
“ธนาวัฒน์” บอกว่า กลยุทธ์หลักที่คาดว่าผู้ค้าไทยจะนำมาใช้ ประกอบด้วย 3 แนวทาง ได้แก่ 1.direct to consumer โดยหลายแบรนด์หันมา สร้างช่องทางการขายสินค้าโดยตรงสู่ผู้บริโภค
โดยร้านค้า Brand Official Shop ใน Shopee Mall และ Laz Mall มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 46% สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ต้องการสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า เพื่อตามด้วย 2.influencer commerce KOL (key opinion leader) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
จากข้อมูลสถิติของ South China Morning Post 2019 พบว่า รูปแบบ social marketing ที่มีประสิทธิภาพ และช่วยสร้างเม็ดเงินให้ผู้ประกอบการมากที่สุด 60% ยกตัวอย่าง สินค้าในจีนนิยมจ้างดารา ผู้มีชื่อเสียงมาโปรโมตสินค้าในหลายรูปแบบ ทั้งไลฟ์สด โพสต์ข้อความลงบนโซเซียลมีเดีย ก็สร้างยอดขายให้สินค้าได้ ดังนั้น คาดว่าปีนี้ผู้ค้าไทยจะใช้เป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มยอดขาย
และ 3.convergence of platform แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในไทยจะขยายไปให้บริการอื่นที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เช่น ช้อปปี้ มีบริการรองรับทุกความต้องการในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ตั้งแต่ “มีเดีย” คือ ช้อปปี้ไลฟ์ “โฆษณา” คือ ช้อปปี้ มาย แอด และแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซ คือ ช้อปปี้ มีระบบจ่ายเงิน Air Pay จนถึงส่งถึงหน้าบ้านด้วย“ช้อปปี้ เอ็กซ์เพรส”
ประสบการณ์ร่วม “ผู้ซื้อ-ผู้ขาย”
ด้าน คิมมี เฉิน ผู้จัดการทั่วไป Shoplus ในเครือ iKala ผู้ให้บริการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดและระบบจัดการอีคอมเมิร์ซครบวงจร กล่าวว่า ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์ต้องการมีประสบการณ์ร่วมระหว่างการซื้อสินค้ามากขึ้น
โดยบริษัทคาดการณ์ 5 เทรนด์หลักที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสบการณ์และอัตราการซื้อสินค้าออนไลน์ในปีนี้ ได้แก่ 1.การเชื่อมต่อประสบการณ์ค้าปลีกเต็มรูปแบบ โดยจะเห็นร้านค้าปลีกและแบรนด์ให้ความสำคัญกับโซเชียลคอมเมิร์ซมากขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อทุกประสบการณ์ไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ทั้งซื้อสินค้า ชำระเงิน ติดตามออร์เดอร์ จัดส่งหรือคืนสินค้า
ตามด้วย 2.การใช้คนมีชื่อเสียง และ KOLs สร้างความบันเทิงในการช็อปปิ้ง ปัจจุบันแบรนด์เริ่มมองหาวิธีการใหม่มาเพิ่มประสบการณ์ไลฟ์สดขายสินค้า โดยเลือกใช้คนมีชื่อเสียง หรือ KOLs มาช่วยไลฟ์สด โดยเฉพาะแบรนด์ใหญ่จะใช้เงินในส่วนนี้เพิ่มขึ้น รวมถึงดึงแบรนด์แอมบาสซาเดอร์มา สร้างความบันเทิง เช่น จัดมินิคอนเสิร์ต เป็นต้นเพื่อดึงความสนใจและกระตุ้นยอดขาย
เทรนด์ที่ 3.ผู้บริโภคต้องการออกแบบประสบการณ์ช็อปปิ้งของตนเอง ดังนั้น ผู้ขายต้องสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายมากขึ้น ด้วยการให้ลูกค้าเลือกได้ว่าอยากเห็นอะไรระหว่างไลฟ์สด และตอบสนองความต้องการนั้น เช่น ร้านค้าอาจเปิดให้ลูกค้าโหวตว่าอยากให้ขายสินค้าชิ้นไหนต่อ เป็นต้น เพื่อกระตุ้นความสนใจของลูกค้า
ส่วนเทรนด์ที่ 4.ไลฟ์ขายสินค้าชิ้นพิเศษ เป็นอีกวิธีที่หลายแบรนด์เริ่มนำมาใช้ เพื่อดึงให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการไลฟ์สด
ปิดท้ายด้วย 5.การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR) โดยแบรนด์ต่าง ๆ จะเริ่มนำนวัตกรรมใหม่ของ AR มาใช้มากขึ้น เช่น การลองเสื้อผ้าได้ก่อนซื้อ ด้วยห้องลองชุดเสมือนจริง คาดว่าปีนี้ และปีหน้า เทคโนโลยี AR จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของ 5G
อ่านข่าวต้นฉบับ: เจาะกลยุทธ์ศึกอีคอมเมิร์ซ’64 ปะทะเดือด “KOLs-ไลฟ์สด”
ที่มา : ไอซีที – ประชาชาติธุรกิจ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น